ABOUT DNAFINITY

จากประสบการณ์ 30 ปีสู่ AI ที่เติบโตไปด้วยกัน

DNAfinity สร้างระบบนิเวศ AI ที่เชื่อมชีวิต การทำงาน และธุรกิจ ด้วยความเชื่อว่าประสบการณ์ของคนและความสามารถของ AI สามารถต่อยอดกันได้

DNAfinity

Human Intelligence Ecosystem

SSOAIDataMemoryWorkflowSecurity
หลายผลิตภัณฑ์ ต่อยอดจากรากฐานเดียวกัน
อัปเดตผลิตภัณฑ์ · 5–11 ตุลาคม 2026

สิ่งใหม่ในสัปดาห์นี้

AppForge

6GL สร้าง API และหน้าจอที่รองรับ พร้อมหน้าเริ่มต้น 5 แบบ; Studio แก้แอปพร้อมราคาและการอนุมัติ; เพิ่มคู่มือสามภาษา การกู้คืนงานสร้าง และระบบดูแลแอปที่เปิดตามโครงการ

ดูฟีเจอร์และขอบเขตการเปิดใช้ →

SmeDNA

Partner Studio ต่อจากการปรับแบรนด์และ Edition สู่ส่วนเสริมข้อมูล ฟอร์ม รายการ แดชบอร์ด เมนู และกฎแจ้งเตือน พร้อม Partner API, webhook และคู่มือ เฟส 2 ติดตั้งแล้วแต่ยังต้องอนุมัติและเปิดใช้ก่อนให้ร้านจริงใช้งาน

ดูฟีเจอร์และขอบเขตการเปิดใช้ →

30+ปีของประสบการณ์ด้านระบบและข้อมูล

16แอปในพอร์ตโฟลิโอ

4ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งพัฒนาเป็นหลัก

Partner-ledเติบโตไปกับผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน

ภาพรวมตาม Founder Deck · กันยายน 2026

THE FOUNDER

ประสบการณ์ที่สะสม มาบรรจบกันที่ DNAfinity

เส้นทางของ Chapchai Pongrungsap: ประสบการณ์ด้านข้อมูลกว่า 30 ปี ระบบนิเวศ DNAfinity แผนการเติบโต และความร่วมมือ
เส้นทางของ Chapchai และภาพรวม DNAfinity · กันยายน 2026 เปิดภาพขนาดเต็ม (แท็บใหม่) ↗
9Tui

Chapchai Pongrungsap

Founder, DNAfinity

เริ่มทำ DNAfinity เต็มเวลา หลังออกจากงานประจำเมื่อ 15 มิถุนายน 2026

จากการเขียนโปรแกรม สู่คลังข้อมูล ระบบ BI และแพลตฟอร์ม Big Data / Cloud ประสบการณ์กว่า 30 ปีของ Chapchai หล่อหลอมวิธีคิดเดียวกันมาตลอด: ทำเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่าย สร้างโครงสร้างที่ใช้ซ้ำได้ และขยายผลอย่างเป็นระบบ

วันนี้ AI ทำให้ผู้ก่อตั้งลงมือได้ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาปัตยกรรม และโค้ด ไปจนถึงเนื้อหาและการวิเคราะห์ DNAfinity จึงเป็นการนำประสบการณ์เดิมมาสร้างผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดกันได้ โดยมีคนกำหนดทิศทางและทำงานร่วมกับ AI

  1. Code

    เริ่มจากการเขียนโปรแกรมและสร้างระบบ

  2. Data

    วางรากฐาน Data Warehouse และ BI

  3. Scale

    ขยายสู่แพลตฟอร์ม Big Data และ Cloud

  4. AI Ecosystem

    รวมประสบการณ์สู่การสร้าง DNAfinity

OUR FOCUS

16 แอป เปิดโอกาสให้เชื่อมต่อ
4 ผลิตภัณฑ์หลัก ทำให้ทิศทางชัดเจน

เรามุ่งพัฒนา 4 ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมเทคโนโลยีกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละตลาด เพื่อทดลองใช้งานจริงและพัฒนารูปแบบการเติบโตร่วมกัน

WorkDNA

Workforce OS

เข้าใจคนและทีม

HR และข้อมูลเชิงลึกของทีม เชื่อมบริบทคนเข้ากับการทำงาน เช่น Meeting AI

ที่ปรึกษา HR → ทีมในองค์กร

SmeDNA

SME OS

ระบบที่เข้าใจธุรกิจแต่ละประเภท

โซลูชันสำหรับ 132 ประเภทธุรกิจ พร้อม Partner Studio สำหรับปรับ Edition และส่วนเสริมข้อมูล หน้าจอ และกฎงานที่เปิดใช้ตามสิทธิ์

พาร์ทเนอร์เฉพาะธุรกิจ → SMEs

AppForge

AI Software Factory

นำสิ่งที่สร้างแล้ว มาต่อยอด

พัฒนาแนวทางสร้างซอฟต์แวร์ด้วย AI และชิ้นส่วนที่ใช้ซ้ำได้ เพื่อให้ผู้ให้บริการไอทีนำไปต่อยอดงานลูกค้า

ผู้ให้บริการไอที → โครงการลูกค้า

MuAI

Life OS

เข้าใจตัวเอง เติบโตในแบบของคุณ

เครื่องมือสร้างความเข้าใจตัวเองและสนับสนุนผู้ให้คำปรึกษา เช่น Tarot Studio สำหรับเวิร์กโฟลว์และรายงานลูกค้า

ผู้ให้คำปรึกษา / ครีเอเตอร์ → ผู้ใช้
สำรวจทุกแอปใน DNAfinity →
BUILD APPS · SHAPE PRODUCTS · EMPOWER PEOPLE

สามบทบาท หนึ่งระบบนิเวศ

AppForge สร้างเครื่องมือให้เกิดแอปใหม่ SmeDNA ให้พาร์ทเนอร์ต่อยอดผลิตภัณฑ์ ส่วน WorkDNA พัฒนาวิธีที่คนทำงานกับ AI ทั้งสามบทบาทเสริมกันในระบบนิเวศ DNAfinity

AppForge

แอปที่ใช้สร้างแอป

จากไอเดีย สู่แอปใหม่

ไอเดีย + ความต้องการ
6GLออกแบบและประกอบแอป
แอปอนุมัติแอปบริการแอปงานภายใน
ใช้ AI ช่วยออกแบบ แล้วสร้างจากชิ้นส่วนมาตรฐานที่นำกลับมาใช้ได้
ดูแนวคิด 6GL →
SmeDNA

ผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์

จากผลิตภัณฑ์กลาง สู่ตลาดของคุณ

ผลิตภัณฑ์ตั้งต้น SmeDNA
Partner Studioปรับแบรนด์และการใช้งาน
Edition ร้านค้าEdition คาเฟ่Edition บริการ
พาร์ทเนอร์ปรับผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ ให้เป็นโซลูชันของตัวเองภายในขอบเขตที่รองรับ
ดูแนวคิด Partner Studio →
WorkDNA

คนที่ทำงานร่วมกับ AI

จากการใช้ AI สู่การทำงานร่วมกัน

คน + เป้าหมาย + AI
9C · 8D · FEGเข้าใจคน จัดงานให้เหมาะ ฝึกทำงานกับ AI
คิดโจทย์กำกับงานเรียนรู้จากงาน
9C ฝึกทำงานกับ AI · 8D สำรวจวิธีทำงาน · FEG มองความเหมาะสม พลังงาน และการเติบโตของคนกับงาน
ดูแนวคิด 9C · 8D · FEG →
ตัวอย่างภาพรวม: โซลูชันสำหรับร้านค้า

AppForge คือเครื่องมือสร้างแอป · SmeDNA คือฐานผลิตภัณฑ์ที่พาร์ทเนอร์ปรับไปให้บริการร้านค้า · WorkDNA คือกรอบให้คนฝึกทำงานกับ AI เพื่อคิดโจทย์ ตรวจงาน และเก็บบทเรียนไปใช้ต่อ

ภาพแนวคิดและตัวอย่างการต่อยอด · รายละเอียดและสถานะการพัฒนาของแต่ละส่วนอยู่ด้านล่าง
6GL · 9C · 8D · Infinity — AppForge & WorkDNA
ภาพรวม 6GL · 9C · 8D · Infinity — เชื่อมคน AI และซอฟต์แวร์ (ภาพภาษาไทยและอังกฤษ) เปิดภาพขนาดเต็ม (แท็บใหม่) ↗
6GL
APPFORGE · INTENT COMPILER

บอกว่าต้องการอะไร แล้วสร้างจากรากฐานที่ใช้ซ้ำได้

6GL คือแนวทางของ AppForge ที่ให้ AI ช่วยคิด ออกแบบ และแปลงความต้องการเป็นแบบระบบ จากนั้นใช้ตัวสร้างระบบและชิ้นส่วนมาตรฐานประกอบงานที่ทำซ้ำได้ ส่วนงานเฉพาะจึงค่อยให้ AI ช่วยเขียนเพิ่ม

ตัวอย่างแนวคิด · อยากได้ระบบขออนุมัติงาน
  1. 01

    ความต้องการ

    พนักงานส่งคำขอ หัวหน้าอนุมัติ และดูสถานะได้

  2. 02

    แบบระบบ

    AI ช่วยระบุข้อมูล หน้าจอ บทบาท และกติกาใน AppSpec

  3. 03

    ประกอบจากของเดิม

    ใช้ชิ้นส่วนมาตรฐาน เช่น แบบฟอร์ม สิทธิ์ และรายการข้อมูล

  4. 04

    คนตรวจและอนุมัติ

    ลองใช้ ตรวจคุณภาพ และอนุมัติก่อนนำไปใช้งาน

สิ่งที่สร้างเพิ่ม → ตรวจให้เป็นมาตรฐาน → เก็บเป็นชิ้นส่วนสำหรับงานถัดไป

ภาพนี้อธิบายแนวทาง 6GL ของ AppForge ไม่ใช่คำรับรองว่าทุกระบบสร้างอัตโนมัติได้แล้ว การเปิดใช้ขึ้นกับความสามารถที่รองรับและการทดสอบของแต่ละโครงการ

รู้จัก AppForge เพิ่มเติม →
9C
WORKDNA · HUMAN + AI

เมื่อ AI ลงมือได้มากขึ้น คนควรเก่งเรื่องอะไร

9C คือกรอบฝึก 9 บทบาทในการทำงานกับ AI ตั้งแต่คิดโจทย์จนถึงเก็บบทเรียน ใน WorkDNA ผู้ใช้บันทึกและจัดหมวดหลักฐานจากงานของตน เพื่อทบทวนว่าได้ฝึกอะไรและควรพัฒนาตรงไหน

  • Conceive

    คิดโจทย์ให้ชัด

    ต้องการผลลัพธ์อะไร ให้ใคร

  • Challenge

    ท้าทายสมมติฐาน

    โจทย์นี้จำเป็นไหม มีหลักฐานอะไร

  • Command

    สั่งงานมีขอบเขต

    บอกสิ่งที่ให้ทำ ข้อจำกัด และเกณฑ์รับงาน

  • Coordinate

    ประสานคนและ AI

    ใครทำอะไร ส่งต่อเมื่อไร ใครตัดสินใจ

  • Converse

    คุยให้เข้าใจตรงกัน

    ถามกลับ ให้บริบท และปรับความเข้าใจ

  • Complete

    ทำให้จบและใช้ได้

    ตรวจว่างานตอบโจทย์จริงก่อนปิดงาน

  • Clean

    ตรวจและเก็บงาน

    แก้ข้อผิดพลาด ตรวจคุณภาพและความเสี่ยง

  • Curate

    คัดสิ่งที่มีคุณค่า

    อะไรควรเก็บ อะไรควรตัด เพราะอะไร

  • Compound

    ต่อยอดให้ใช้ซ้ำ

    เก็บบทเรียนและวิธีทำที่งานถัดไปใช้ได้

จากตัวอย่างระบบขออนุมัติ

คนตั้งเกณฑ์ว่า “ต้องรู้ว่าใครอนุมัติอะไร” ท้าทายขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ตรวจงานที่ AI สร้าง และเก็บแบบที่ผ่านการตรวจไว้ใช้ต่อ แต่ละชิ้นงานจึงเป็นหลักฐานให้เจ้าตัวกลับมาเรียนรู้ได้

9C เป็นกรอบพัฒนาภายในที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่ใช่คะแนนจัดอันดับคน และไม่ใช้ตัดสินการจ้างงาน เลื่อนตำแหน่ง ประเมินผลงาน หรือค่าตอบแทน

8D
WORKDNA · WORK PREFERENCES

งานเดียวกัน เราอาจถนัดคนละวิธี

8D สำรวจความชอบในการทำงานผ่าน 8 มุมมอง โดยแยกบริบท “โดยทั่วไปในชีวิต” กับ “ในงานที่ทำอยู่ตอนนี้” เพื่อชวนให้เข้าใจตัวเองและคุยเรื่องวิธีร่วมงาน ความชอบเปลี่ยนได้และไม่ได้บอกว่าใครมีความสามารถมากกว่า

  • D1

    การประมวลความคิด

    คิดในใจก่อน หรือคิดผ่านการคุย

  • D2

    การรับรู้ข้อมูล

    สนใจรายละเอียดรูปธรรมและแนวคิดภาพรวมอย่างไร

  • D3

    การให้น้ำหนักในการตัดสินใจ

    ให้น้ำหนักกับหลักการและผู้คนอย่างไร

  • D4

    การวางแผน

    วางแผนก่อน หรือปรับระหว่างทาง

  • D5

    การเริ่มลงมือ

    ต้องการหลักฐานและพร้อมทดลองแค่ไหน

  • D6

    การแสดงออกเชิงสัมพันธ์

    แสดงความใส่ใจแบบเรียบหรือชัดเจน

  • D7

    แรงจูงใจในการมีส่วนร่วม

    สำรวจผลต่อตนเองและผู้อื่นในพื้นที่ส่วนตัว

  • D8

    แรงดึงตามช่วงงาน

    ชอบช่วงค้นหาสิ่งใหม่และช่วงทำให้เสถียรอย่างไร

ใช้เปิดบทสนทนาเรื่องการทำงานร่วมกัน

เช่น ก่อนคุยกับ AI หรือประชุมทีม คนหนึ่งอยากอ่านโจทย์ก่อน อีกคนคิดได้ดีเมื่อได้คุย ทีมจึงลองส่งข้อมูลล่วงหน้าแล้วเปิดช่วงแลกเปลี่ยน นี่คือตัวอย่างการปรับวิธีทำงาน ไม่ใช่ผลประเมินของบุคคลจริง

8D อยู่ในสถานะ research beta และยังต้องตรวจสอบกับข้อมูลจริง ไม่ใช่รหัสบุคลิกภาพตายตัวหรือข้อมูลพันธุกรรม มิติแรงจูงใจ D7 แยกเป็นพื้นที่ส่วนตัว ไม่ส่งต่อเป็นข้อมูลทีม และไม่ใช้ 8D ตัดสินการจ้างงาน

รู้จัก WorkDNA เพิ่มเติม →
FEG
WORKDNA · FIT–ENERGY–GROWTH

เข้าใจคนผ่านงานที่เหมาะ พลังที่มี และโอกาสเติบโต

FEG หรือ Fit–Energy–Growth คือแนวทางวัดความเหมาะสมระหว่างคนกับงาน ดูทั้งการได้ใช้จุดแข็ง ความผูกพัน พลังงาน และพัฒนาการ เพื่อนำไปคุยเรื่องการจัดงานและการพัฒนาคน ใน WorkDNA แนวทางนี้เชื่อมกับ Deployment Fit Index (DFI)

  • F · Fit

    งานตรงกับจุดแข็งไหม

    ดูความเหมาะสมกับบทบาทและโอกาสได้ใช้สิ่งที่ถนัด แล้วคุยว่างานส่วนไหนควรปรับ

  • E · Energy

    ทำแล้วมีพลังหรือเหนื่อยล้า

    สำรวจพลังงาน ความผูกพัน และแรงจูงใจ รวมถึงพื้นที่ตัดสินใจและแรงสนับสนุนในการทำงาน

  • G · Growth

    ได้พัฒนาและสร้างคุณค่าอะไร

    ทบทวนทักษะที่พัฒนา สิ่งที่ได้สร้างประโยชน์ และโอกาสเรียนรู้ต่อจากงานจริง

ตัวอย่าง: เก่งวิเคราะห์ แต่หมดแรงกับงานรายงานซ้ำ

Fit ชวนดูว่าได้ใช้ทักษะวิเคราะห์แค่ไหน · Energy ชวนคุยว่างานส่วนไหนกินแรง · Growth ชวนหาทักษะที่จะพัฒนาต่อ ทีมจึงอาจทดลองให้ AI ช่วยร่างรายงาน ให้คนตรวจความถูกต้องและวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ แล้วกลับมาทบทวนว่าพลังงาน การเรียนรู้ และผลของงานเปลี่ยนอย่างไร

ทบทวนจากงานจริง → ตกลงสิ่งที่จะปรับ → ทดลอง → กลับมาดูการเปลี่ยนแปลง

9C ฝึกทำงานกับ AI · 8D สำรวจความชอบในการทำงาน · FEG ทบทวนว่าคนกับงานเหมาะกันอย่างไร

FEG ใช้สนับสนุนการจัดงานและการพัฒนา ไม่ใช่เกรดตัดสินคุณค่าหรือจัดอันดับคน ตัวอย่างนี้เป็นภาพแนวคิด โมเดล DFI ยังต้องตรวจสอบกับข้อมูลจริงและบริบทไทย ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าความเหมาะสมทำให้ผลงานดีขึ้น

รู้จัก WorkDNA เพิ่มเติม →

6GL ต่อยอดระบบ · 9C ฝึกกำกับ AI · 8D เข้าใจวิธีทำงาน · FEG ดูความเหมาะสม พลังงาน และการเติบโต

SMEDNA · PARTNER STUDIO

จากผลิตภัณฑ์กลาง สู่โซลูชันในแบบของพาร์ทเนอร์

SmeDNA รวมงานขาย สต๊อก การเงิน และ AI บนระบบหลักร่วมกัน พาร์ทเนอร์สร้าง Edition ของตนผ่าน Partner Studio และต่อยอดส่วนเสริมด้านข้อมูล หน้าจอ และกฎงานตามสิทธิ์ที่เปิดใช้

Partner Studio

SmeDNA · Edition Studio
เปิดใช้ตามสิทธิ์
เส้นทางของพาร์ทเนอร์ · เลือก → ปรับ → ทดลอง → ให้บริการ
  1. 01

    เลือกผลิตภัณฑ์ตั้งต้น

    เลือกต้นแบบตามประเภทธุรกิจและแพ็กเกจ เช่น โซลูชันร้านค้าปลีก

  2. 02

    ปรับให้เป็นของคุณ

    ตั้งชื่อ โลโก้ สี เลือกฟีเจอร์ เมนู และคำเรียกให้ตรงกับลูกค้า

  3. 03

    ดูตัวอย่างและทดลอง

    ดูหน้าจอและผลกระทบของการปรับ แล้วทดลองกับร้านนำร่อง

  4. 04

    นำไปให้บริการลูกค้า

    พาร์ทเนอร์ดูแลตลาด การเริ่มใช้งาน และลูกค้า บนระบบหลักของ SmeDNA

ตัวอย่างการต่อยอด

พาร์ทเนอร์ที่เข้าใจร้านค้าปลีก

นำต้นแบบร้านค้าปลีกมาทำเป็น Edition ของตัวเอง เช่น ใช้แบรนด์ของพาร์ทเนอร์ แสดงเมนูขายและสต๊อกที่ลูกค้าต้องใช้ ปรับคำเรียกและคู่มือให้คุ้นเคย แล้วทดลองกับร้านกลุ่มเล็กก่อนขยาย

ส่วนที่ออกแบบให้พาร์ทเนอร์ปรับเอง

  • แบรนด์: ชื่อผลิตภัณฑ์ โลโก้ และสี
  • การใช้งาน: ฟีเจอร์และเมนูในขอบเขตแพ็กเกจ
  • ภาษาเฉพาะธุรกิจ: คำเรียกและบทคู่มือ
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: ช่องข้อมูลลูกค้าและสินค้าในขอบเขตที่รองรับ

Edition ที่ใช้ได้ดี → คัดเป็นต้นแบบกลาง → ให้พาร์ทเนอร์รายถัดไปเริ่มได้ง่ายขึ้น

Partner Studio รองรับการปรับ Edition แล้ว ส่วนเสริมข้อมูล หน้าจอ และกฎงานเฟส 2 ติดตั้งบนระบบแล้ว แต่ยังไม่เปิดให้ร้านจริงทั่วไป ต้องผ่านการอนุมัติ การเปิดสิทธิ์ และความยินยอมของร้านตามขอบเขต พาร์ทเนอร์ยังรับผิดชอบการเริ่มใช้งานและดูแลลูกค้า

BUILD ONCE. GROW TOGETHER.

สร้างรากฐานร่วม
ให้ทุกผลิตภัณฑ์ต่อยอดกัน

หัวใจของ DNAfinity คือการออกแบบความสามารถร่วม ทั้งตัวตนผู้ใช้ ข้อมูล AI และเวิร์กโฟลว์ เพื่อให้สิ่งที่พัฒนาขึ้นในวันนี้เป็นรากฐานของผลิตภัณฑ์ถัดไป

คนเป็นผู้กำหนดทิศทาง

เริ่มจากชีวิต เป้าหมาย และบริบทของผู้ใช้ ให้ AI ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานและการตัดสินใจ

ความรู้และระบบนำกลับมาใช้ได้

เปลี่ยนประสบการณ์ด้านข้อมูล สถาปัตยกรรม และการดำเนินงาน เป็นส่วนประกอบที่หลายผลิตภัณฑ์ใช้ร่วมกันได้

เติบโตไปกับพาร์ทเนอร์

เชื่อมเทคโนโลยีกับความเข้าใจเฉพาะด้านและเครือข่ายลูกค้า เพื่อทดสอบและพัฒนาการใช้งานในแต่ละตลาด

THE ROAD AHEAD

วางรากฐาน พิสูจน์การใช้งาน แล้วขยายผล

ทิศทางที่วางไว้ ณ กันยายน 2026 แต่ละช่วงเป็นเป้าหมายการพัฒนา โดยให้ผลจากการใช้งานจริงเป็นตัวกำหนดจังหวะการขยาย

  1. โฟกัสปัจจุบัน

    Foundation

    เชื่อมระบบหลัก ปรับประสบการณ์ใช้งาน และเตรียมเดโมสำหรับพาร์ทเนอร์

  2. เป้าหมายถัดไป

    Validation

    ทดลองใช้กับทีมและพาร์ทเนอร์เฉพาะธุรกิจ เพื่อหาวิธีเข้าถึงลูกค้าที่ทำซ้ำได้

  3. ทิศทางระยะยาว

    Scale

    ขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์ ตลาดระดับภูมิภาค และรูปแบบรายได้ของแพลตฟอร์ม

  4. วิสัยทัศน์

    Platform

    ต่อยอดความฉลาดข้ามแอปและคุณค่าของระบบนิเวศสู่ตลาดที่กว้างขึ้น

LET’S BUILD TOGETHER

คุณรู้จักตลาด เราร่วมสร้างระบบ

เรามองหาพาร์ทเนอร์ด้านกลยุทธ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะธุรกิจ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี และผู้ลงทุนที่มองระยะยาว เพื่อร่วมทดสอบการใช้งานและสร้างการเติบโตที่ทำซ้ำได้